สภาพอากาศและแสงแดดของเมืองไทย หากพูดถึงสไตล์การตกแต่งด้วยกระจกสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือการติดฟิล์มกระจกบ้านกันความร้อนนั่นเอง หลายคนอาจมีคำถามเมื่อติดผ้าม่านบังแดดแล้ว ทำไมยังมีการติดฟิล์มกระจกด้วย ในความเป็นจริงการการติดฟิล์มกระจกบ้าน อาคาร หรือการติดฟิล์มกระจกออฟฟิศ มีประโยชน์มากกว่าการป้องกันความร้อนจากแสงแดด ดังนี้
ติดฟิล์มกระจกบ้าน อาคาร คอนโด มีประโยชน์อย่างไร

1. ลดความร้อนภายในบ้าน อาคาร หรือสำนักงาน
ฟิล์มติดกระจก เป็นฟิล์มกรองแสงมีคุณสมบัติช่วยลดความร้อนภายในบ้าน อาคาร หรือสำนักงาน ปัจจุบันได้รับความนิยมเพราะสามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดได้ด้วย ซึ่งต่างจากผ้าม่านที่กันได้เฉพาะแสงสว่างส่องผ่าน แต่จะไม่กันรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์
จากคุณสมบัติป้องกันรังสีอินฟราเรดซึ่งเป็นรังสีที่ทำให้รู้สึกร้อนเมื่อโดนผิวหนัง การติดฟิล์มให้กับกระจกบ้านหรืออาคารจะเป็นการป้องกันไม่ให้รังสีอินฟราเรดลอดผ่านเข้ามาในบ้าน ผลที่ได้คืออุณหภูมิภายในบ้านหรืออาคารลดลงจนรู้สึกได้ว่าบ้านเย็นขึ้นเมื่อเทียบกับตอนที่ยังไม่ได้ติดฟิล์ม เมื่อบ้านไม่ร้อน ผู้อยู่อาศัยก็จะรู้สึกเย็นสบายและมีความสุขมากขึ้น
นี่จึงเป็นข้อดีมาก ๆ เพราะด้วยความที่ประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี ส่งผลให้บ้านและอาคารสำนักงานต้องเผชิญกับความร้อนจากแสงแดดโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและทรัพย์สินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากแสงแดดที่ทำให้ภายในบ้านหรืออาคารร้อนจนอึดอัด ส่งผลให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกไม่สบายตัว เหงื่อออกง่าย และอาจเกิดโรคต่าง ๆ อย่างลมแดด หรือความดันโลหิตสูง ไปจนถึงความร้อนจากแสงแดดที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อีกทั้งยังมีเรื่องของความร้อนจากแสงแดดที่อาจทำให้กระจกแตกกระจายได้อีกด้วย
2. ลดแสง และความจ้าของแสงที่ส่องเข้ามาในอาคาร

นอกจากคุณสมบัติป้องกันรังสีอินฟราเรดแล้ว ฟิล์มติดกระจกบ้านและอาคารยังสามารถลดความจ้าของแสงที่ส่องเข้ามาในอาคารจากคุณสมบัติของเนื้อฟิล์มที่สามารถกรองแสงแดดได้
ฟิล์มติดกระจกบ้าน อาคาร ช่วยกรองแสงลดแสงจ้า ลดอาการแสบตา ตาพร่ามัว เมื่อมองออกไปยังทิวทัศน์ภายนอกนาน ๆ เพราะแสงสว่างที่มากเกินไป จะทำให้ปวดตา มึนศีรษะ กล้ามเนื้อหนังตากระตุก วิงเวียน นอนไม่หลับ และการมองเห็นแย่ลง
ปริมาณแสงแดดที่มากเกินไปนอกจากจะทำให้รู้สึกไม่สบายตาแล้วยังส่งผลต่อสุขภาพตาในระยะยาวด้วย การติดตั้งฟิล์มให้กับกระจกบ้านและอาคารจึงมีความจำเป็นสำหรับบ้านที่มีคนอยู่อาศัยตลอดเวลา รวมถึงออฟฟิศบนอาคารสูงที่ต้องเจอกับแสงแดดทุกวัน นอกจากนี้ ฟิล์มติดกระจกบ้านและอาคารยังสามารถเลือกได้ความเข้มได้หลายระดับ ยิ่งเข้มก็ยิ่งลดแสงได้มากขึ้นนั่นเอง
3. ปกป้องผิวของผู้อยู่อาศัยจากรังสียูวี
รังสียูวีเป็นภัยร้ายต่อผิวหนังมากกว่าที่หลายคนคิด เป็นต้นเหตุของโรคผิวหนังหลายชนิด อาทิ ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวไหม้แดด ใบหน้าหมองคล้ำ ผิวหนังเหี่ยวย่น ก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงที่สุดคือกระตุ้นให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และแม้ว่าจะไม่โดนแสงแดดโดยตรงแต่ผิวหนังก็มีโอกาสได้รับรังสียูวีเช่นกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านี้ ฟิล์มติดกระจกบ้านและอาคารจึงเป็นสิ่งจำเป็น
ฟิล์มติดกระจกอาคาร สามารถลดความร้อนจากแสงแดดไม่ให้ผ่านเข้ามาภายในตัวอาคาร และป้องกันรังสียูวี ที่จะเป็นอันตรายต่อผิว สร้างบรรยากาศเย็นสบายและป้องกันผิวหมองคล้ำและการเกิดฝ้าริ้วรอย สร้างความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย ห่างไกลจากรังสียูวีตัวร้ายอย่างถาวร
ซึ่งรังสียูวีนั้นเป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงแดดปกติ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ คือ UV-A คิดเป็นประมาณ 95% ของรังสียูวีทั้งหมด และ UV-B คิดเป็นประมาณ 4% ของรังสียูวีทั้งหมด ซึ่งทั้ง UV-A และ UV-B ส่งผลต่อผิวพรรณโดยตรง เช่น ทำให้ผิวไหม้ เกิดริ้วรอย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ส่วนอีกประมาณ 1% ที่เหลือ คือ UV-C เป็นรังสีที่มีอันตรายมากที่สุด แต่ถูกกรองโดยชั้นบรรยากาศของโลกไปแล้วรังสีนี้จึงไม่น่ากังวล ดังนั้นอีก 2 รังสีที่เหลือจึงควรใช้การติดฟิล์มกระจกบ้าน อาคาร ช่วยปกป้องผิวของผู้อยู่อาศัยจากรังสียูวี โดยเฉพาะฟิล์มกรองแสงทุกชนิดสามารถกันรังสียูวีได้ ยิ่งเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีค่า UVR (Ultra Violet Rejection) สูง ยิ่งมีประสิทธิภาพในการกันรังสียูวีได้ดีกว่า ซึ่งค่า UVR เป็นค่าที่แสดงเปอร์เซ็นต์การกันรังสียูวีของฟิล์มกรองแสง UVR ที่สูงบ่งชี้ว่าฟิล์มกรองแสงสามารถกันรังสียูวีได้ดีมาก อย่างเช่นฟิล์มกรองแสงที่มีค่า UVR 99% ขึ้นไป จะสามารถป้องกันรังสียูวีได้เกือบทั้งหมด จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผิวพรรณต่าง ๆ ไม่ว่าจะผิวไหม้ ฝ้า กระ และโรคมะเร็งผิวหนังได้
นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องกันเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านจากรังสียูวีได้อีกด้วย เนื่องจากรังสียูวีสามารถทำให้เฟอร์นิเจอร์ซีดจางลงได้ จึงช่วยให้ดูใหม่อยู่เสมอ
4. สร้างความเป็นส่วนตัว

แน่นอนว่าบ้านหรืออาคารที่มีโครงสร้างเป็นกระจกนั้นดูสวยงามทันสมัยกว่าผนังคอนกรีตทั่วไปแต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นส่วนตัวที่ลดลงจากความใสของกระจกที่คนภายนอกสามารถมองทะลุเข้าไปเห็นภายในบ้านหรืออาคารได้
ฟิล์มติดกระจกอาคารมีหลายชนิด เช่น การติดฟิล์มปรอทหรือติดฟิล์มดำ ทำให้คนจากภายนอกไม่สามารถมองเข้าไปข้างในได้ แต่คนข้างในยังสามารถมองออกมาข้างนอกได้ สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้อยู่อาศัย เพิ่มความปลอดภัยให้แก่ทรัพย์สินในบ้าน
ฟิล์มติดกระจกเหล่านี้ได้รับการออกแบบพิเศษด้วยการเพิ่มชั้นฟิล์มที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงเข้ามา เมื่อแสงแดดตกกระทบก็จะสะท้อนกลับออกไป ทำให้เมื่อมองจากภายนอกจะมีลักษณะคล้ายกับกระจกเงา ไม่สามารถมองทะลุเข้าไปข้างในได้ กลับกัน คนที่อยู่ภายในอาคารจะมองออกมาข้างนอกได้เป็นปกติ ยังคงรู้สึกโปร่งโล่ง มองเห็นทิวทัศน์ภายนอกได้เหมือนกระจกใสปกติ ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจของคนรักความเป็นส่วนตัว
โดยฟิล์มปรอทเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีส่วนผสมของโลหะ เช่น อลูมิเนียม เงิน หรือทองแดง มีคุณสมบัติในการสะท้อนแสงได้ดี ทำให้มองจากภายนอกเข้าไปข้างในได้ยาก ส่วนฟิล์มดำเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีสีดำเข้ม มีคุณสมบัติในการดูดซับแสงได้ดี ทำให้มองจากภายนอกเข้าไปข้างในได้ยากเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีฟิล์มวันเวย์ ฟิล์มกรองแสงที่สามารถมองเห็นจากภายในออกไปภายนอกได้ แต่มองจากข้างนอกเข้ามาข้างในไม่ได้ ซึ่งฟิล์มประเภทนี้มักใช้ติดกระจกบริเวณห้องน้ำหรือห้องแต่งตัวโดยเฉพาะ
5. ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดค่าไฟฟ้า
เชื่อหรือไม่ว่าแค่ติดฟิล์มกระจกบ้านและอาคารก็สามารถลดค่าไฟได้ เมื่อติดฟิล์มกระจกบ้านและอาคาร เป็นการป้องกันไม่ให้ความร้อนผ่านเข้าไปภายใน ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ส่งผลทำให้ระบบปรับอากาศกินไฟน้อย สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าที่เกิดจากระบบปรับอากาศได้ 10-15 % และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย
ทั้งหมดเป็นผลมาจากคุณสมบัติป้องกันรังสีความร้อนอินฟราเรดและรังสียูวีของฟิล์มติดกระจกบ้านและอาคารที่ช่วยป้องกันความร้อนจากแสงแดดภายนอก ทำให้อุณหภูมิภายในบ้านและอาคารเย็นลง เมื่ออุณหภูมิในบ้านไม่สูงเกินไป เครื่องปรับอากาศก็จะ ทำงานน้อยลง ส่งผลให้กินไฟน้อยลง ค่าไฟก็ถูกลงตามลำดับ ขณะเดียวกันก็ยังเป็นการลดการสึกหรอของเครื่องปรับอากาศอีกทางหนึ่งด้วย เรียกว่าการติดฟิล์มให้กับกระจกบ้านและอาคารเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างยั่งยืน
6. สร้างความโดดเด่นให้กับบ้านและอาคาร
นอกจากจะช่วยลดค่าไฟได้แล้ว ฟิล์มติดกระจกบ้านและอาคารยังสร้างจุดเด่นให้บ้านหลังนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดีเพียงเลือกโทนสีของฟิล์มให้สอดคล้องกับสีของตัวบ้านหรืออาคาร และเลือกความเข้มของฟิล์มให้เหมาะสมกับห้องหรือการอยู่อาศัย
บ้านและอาคารที่ติดฟิล์มกระจกฟิล์มกรองแสง จะดูหรูหรา มีความสวยงามโดดเด่นทันสมัย มีหลายชนิดให้เลือก รวมทั้งระดับความเข้มของฟิล์ม เพียงเลือกให้สมนอกจากสร้างความโดดเด่นให้กับบ้านและอาคารแล้ว ความเข้มของฟิล์มยังตอบโจทย์การใช้งานที่ดีอีกด้วย เช่น
- ความเข้ม 40 % เหมาะกับโซนพักผ่อนและห้องนั่งเล่น ระดับความเข้มนี้จะยอมให้แสงส่องผ่านใกล้เคียงกับกระจกที่ไม่ได้ติดฟิล์ม ให้ปริมาณแสงสว่างที่เป็นธรรมชาติ ให้บรรยากาศโปร่งโล่ง สบายตา สามารถอยู่อาศัยตอนกลางวันได้โดยไม่ต้องเปิดไฟ
- ความเข้ม 60 % เหมาะกับห้องครัว ระดับความเข้มนี้จะยอมให้แสงส่องผ่านได้น้อยลง มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแต่ก็ไม่ทำให้มืดทึบจนรู้สึกอึดอัดเกินไป
- ความเข้ม 80 % เหมาะกับห้องนอน ระดับความเข้มนี้จะยอมให้แสงส่องผ่านได้น้อยแลกกับความเป็นส่วนที่มากขึ้น หากติดตั้งบริเวณห้องนอนจะช่วยกรองแสงสว่างได้มากในตอนกลางวันและจะมืดสนิทในตอนกลางคืน ช่วยให้หลับสนิทและป้องกันสิ่งรบกวนได้ดียิ่งขึ้น
อีกทั้งยังมีหลายสีสันและลวดลายให้เลือกสรร สามารถเลือกฟิล์มกรองแสงแบบที่เป็นสีหรือมีลวดลายที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านและอาคารได้ ก็จะช่วยให้บ้านและอาคารดูสวยงามและโดดเด่นขึ้น ยิ่งถ้าเลือกแบบที่ไม่เหมือนใครก็จะสามารถช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้บ้านและอาคารดูโดดเด่น มีความแตกต่างจากบ้านและอาคารอื่น ๆ ไปเลย ถือเป็นการสะท้อนสไตล์และความเป็นตัวตนของผู้อยู่อาศัย
7. ป้องกันรอยขีดข่วน
กระจกบ้านและอาคารก็เหมือนกับกระจกโทรศัพท์ที่มีโอกาสเกิดรอยขีดข่วนได้เมื่อใช้งานไปนาน ๆ การติดฟิล์มกระจกบ้าน อาคาร ช่วยป้องกันไม่ให้กระจกเกิดรอยขีดข่วนได้ เพราะโดยปกติฟิล์มกรองแสงอาคารทุกประเภท จะมีการเคลือบสารกันรอยขีดข่วน ทำให้มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดกับกระจกได้
แต่ถึงอย่างนั้นก็ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดฟิล์มกรองแสงด้วยวัสดุที่แข็งหรือมีคม อย่างแปรงที่มีขนแข็ง ๆ หรือผ้าเนื้อหยาบ ๆ เพราะอาจทำให้ฟิล์มกรองแสงเกิดรอยขีดข่วนได้ ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ หรือน้ำยาทำความสะอาดฟิล์มกรองแสงโดยเฉพาะ จะช่วยให้ฟิล์มกรองแสงสะอาดและหลีกเลี่ยงรอยขีดข่วนได้
แต่นอกจากนี้ หากบนเนื้อฟิล์มมีรอยขีดข่วนสะสมเป็นจำนวนมากแล้วก็สามารถลอกเปลี่ยนแผ่นใหม่ได้ทันทีโดยไม่ส่งผลเสียต่อเนื้อกระจก ทั้งยังเป็นการรักษาความใสของเนื้อกระจกไปพร้อมกับยืดอายุการใช้งานของกระจกบานนั้น ๆ ให้ยาวนานมากขึ้น ไม่ต้องลงทุนซ่อมหรือเปลี่ยนกระจกบานใหม่บ่อย ๆ
8. ลดการเกิดอุบัติเหตุและความเสี่ยงจากกระจกแตก
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้และคงไม่มีใครอยากให้เกิดกับบ้านหรืออาคารของตัวเองอย่างแน่นอน ประกอบกับกระจกยังเป็นวัสดุเปราะบางที่มีโอกาสแตกหักได้ง่าย และเมื่อแตกแล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นมักจะมากกว่าวัสดุชนิดอื่น ดังนั้นการป้องกันกระจกตั้งแต่เนิ่น ๆ ด้วยการติดฟิล์มจึงเป็นสิ่งจำเป็น
การติดฟิล์มกระจกบ้าน อาคาร ลดและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากเศษกระจกแตกได้ เพราะในเนื้อฟิล์มจะมีส่วนที่เป็นกาว ซึ่งจะช่วยยึดเกาะกระจกไว้ในกรณีกระจกแตกจากอุบัติเหตุ เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้อาศัย
นอกจากนี้ เนื้อฟิล์มติดกระจกบ้านและอาคารยังมีคุณสมบัติยืดหยุ่นและเหนียวพอที่จะช่วยห่อหุ้มเศษชิ้นส่วนกระจกไม่ให้กระจัดกระจายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจนกระจกแตก ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย ทั้งยังช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินด้วยเช่นกัน
9. ช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งให้สวยงามยาวนาน

ทราบหรือไม่ว่า “รังสียูวี” (UV) ไม่ได้เป็นอันตรายต่อผิวหนังของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นศัตรูตัวฉกาจของเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย หากสังเกตวัสดุประเภทผ้า หนัง หรือพลาสติกที่โดนแดดเลียเป็นเวลานาน มักจะเกิดอาการสีซีดจาง กรอบ หรือแตกหักเสียหาย ซึ่งคงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากของตกแต่งที่มีมูลค่าสูงต้องเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
การติดฟิล์มกรองแสงจึงเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันให้กับทรัพย์สินภายในบ้าน ช่วยชะลอการซีดจางและเสื่อมสภาพของวัสดุ ทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูใหม่และสวยงามอยู่เสมอ
เคล็ดลับการเลือกฟิล์ม : แม้ฟิล์มทั่วไปจะกันยูวีได้ แต่ควรเลือกฟิล์มที่มีค่า UVR (Ultra Violet Rejection) สูง หากระบุว่าป้องกันรังสียูวีได้ 99% ขึ้นไป จะยิ่งช่วยปกป้องเฟอร์นิเจอร์ชิ้นโปรดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
บทสรุป ทำไมต้องติดฟิล์มกรองแสง?
ทั้งหมดนี้คือ 9 ประโยชน์สำคัญของการติดฟิล์มกระจกบ้านและอาคารที่ SB Sticker นำมาฝากครับ จะเห็นได้ว่าประโยชน์นั้นครอบคลุมรอบด้าน ทั้งเรื่องความสวยงาม การลดความร้อน การปกป้องรังสียูวี การเพิ่มความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ และมีความครบเครื่องกว่าการติดตั้งผ้าม่านเพียงอย่างเดียว
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบ้านสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความโปร่งโล่ง การใช้กระจกช่วยให้บ้านดูกว้างขวางและไม่อึดอัด หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกติดฟิล์มกรองแสง เพื่อยกระดับความน่าอยู่ให้กับบ้านของคุณได้ง่ายขึ้นนะครับ